ปี 2019 คือปีสุดท้ายของ Windows 7 ก่อนหมดระยะซัพพอร์ต ไม่มีแพตช์อีกต่อไป

ข่าวสารไวรัส วงการไอที
ที่บอร์ดนี้

ปี 2019 คือปีสุดท้ายของ Windows 7 ก่อนหมดระยะซัพพอร์ต ไม่มีแพตช์อีกต่อไป

โพสต์โดย KasamaKP » พุธ 02 ม.ค. 2019 1:08 pm

ประเด็นสำคัญของโลกไอทีปี 2019 ที่ต้องจับตาคือ Windows 7 จะหมดระยะซัพพอร์ตในวันที่ 14 มกราคม 2020 เท่ากับว่าเราเหลือเวลาอีก 1 ปีพอดีก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะหมดอายุ

ตามปกติแล้วไมโครซอฟท์มีระยะเวลาซัพพอร์ตระบบปฏิบัติการนาน 10 ปี โดยแบ่งเป็นช่วง mainstream support ที่แก้บั๊ก-ออกแพตช์-เพิ่มฟีเจอร์ ในช่วง 5 ปีแรก และช่วง extended support ที่ออกแค่แพตช์ความปลอดภัยในช่วง 5 ปีหลัง

กรณีของ Windows 7 ออกตัวจริงในเดือนกรกฎาคม 2009 มาถึงตอนนี้ก็เกือบครบ 10 ปีแล้ว โดยไมโครซอฟท์ยืดระยะซัพพอร์ตให้อีกเล็กน้อย ไปจบที่เดือนมกราคม 2020

รูปภาพ

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ Windows 7 จะไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัยใดๆ อีกต่อไป นั่นแปลว่ามีความเสี่ยงอย่างมากที่จะถูกแฮ็กข้อมูลหรือโจมตีด้วยวิธีการต่างๆ

ประเด็นเรื่องระบบปฏิบัติการหมดอายุไม่ใช่เรื่องใหม่ และเราเคยเห็นกรณีแบบเดียวกันมาแล้วกับ Windows XP ถึงแม้ในมุมของผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกได้ผลกระทบมากนักจากการไม่มีแพตช์ แต่ผู้ใช้ในองค์กรที่ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้จึงต้องใส่ใจอย่างมาก

ข้อมูลจาก Net Marketshare ระบุว่า Windows 7 ยังเป็นระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อปที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด คิดเป็น 41% ของผู้ใช้งานเดสก์ท็อปทั้งหมด ถ้าดูสถิติอย่างเป็นทางการจากไมโครซอฟท์เมื่อช่วงกลางปีนี้ ยังมีผู้ใช้งาน Windows 7 อีก 184 ล้านเครื่อง และตัวเลขนี้ไม่รวมผู้ใช้ในประเทศจีนด้วย

สถิติของ Blognone รอบ 30 วันล่าสุด มีผู้ใช้ Windows 7 คิดเป็น 27% ของผู้ใช้ Windows ทั้งหมด (Windows 10 มี 64%) หรือคิดเป็น 6% ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด

ผู้ใช้เหล่านี้คงต้องพิจารณากันว่าในเวลาอีก 1 ปีกว่าๆ ที่เหลืออยู่ จะหาทางขยับขยายจาก Windows 7 กันอย่างไร

รูปภาพ

ทางออกของผู้ใช้ทั่วไปคงหนีไม่พ้นการอัพเกรด และสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนคือ Windows 10 ต้องการสเปกขั้นต่ำเท่ากับ Windows 7 นั่นคือซีพียูความถี่ 1GHz, แรม 1GB (2GB สำหรับ 64 บิท), พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 16GB (20GB สำหรับ 64 บิท) ก็สามารถรัน Windows 10 ได้

ส่วนผู้ใช้องค์กรยังมีอีกทางเลือกนอกจากการอัพเกรด คือการอยู่กับ Windows 7 ต่อไป แล้วซื้อบริการแพตช์ความปลอดภัยเพิ่มเติม หรือ Extended Security Updates (ESU) ได้อีก 3 ปี (จนถึงมกราคม 2023) แต่ราคาก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี

การซื้อบริการ ESU ถือเป็นการซื้อเวลาชั่วคราว เพราะถึงปี 2023 ระยะซัพพอร์ตจะจบลงอย่างสมบูรณ์ เมื่อไปถึงจุดนั้นก็ต้องอัพเกรดอยู่ดี หากไม่ติดประเด็นอะไรที่สำคัญจริงๆ การอัพเกรดตั้งแต่ตอนนี้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

การอัพเกรดระบบปฏิบัติการไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการอัพเกรดข้ามเวอร์ชันใหญ่ที่ใช้กันมายาวนาน แต่สุดท้ายก็เป็นทางเลือกที่หนีไม่พ้น และถ้าองค์กรใส่ใจกับการลงทุนด้านไอทีมากพอ การเปลี่ยนผ่านจาก Windows 7 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดของปี 2019 ด้วยซ้ำ

Windows 7 ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีมากตัวหนึ่ง โดดเด่นทั้งแง่ฟีเจอร์ เสถียรภาพ และความสะดวกในการใช้งาน แต่ระบบปฏิบัติการทุกตัวมีช่วงอายุขัยของมัน ช่วงเวลาของ Windows 7 ผ่านมาเกือบสิบปี และคงได้เวลาที่ต้องลาจากกันแล้ว

หมายเหตุ: Windows 8.1 หมดระยะซัพพอร์ตในวันที่ 10 มกราคม 2023 ส่วน Windows 10 ขึ้นกับรุ่นย่อย ตามตารางด้านล่าง ข้อมูลอื่นๆ ดูได้จาก Windows lifecycle fact sheet

รูปภาพ

ที่มา: https://www.blognone.com/node/107194
KasamaKP
 
โพสต์: 164
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 21 พ.ค. 2017 6:35 pm

ย้อนกลับไปยัง IT News

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron